บทที่ 9 มันเข้าไปลึกหรือเปล่า

ตอนที่ 9 มันเขข้าไปลึกหรือเปล่า

“นายไม่โทรหาเขาสักหน่อยเหรอ เผื่อว่าเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้น”

“โอ๊ย พี่ภูมิโตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้ว เขาดูแลตัวเองได้ อีกอย่างแถวนี้ไม่มีอันตรายอะไรหรอก กลับค่ำแบบนี้อาจจะติดซุ้มยาดองอยู่ตรงไหนละมั้ง”

เจ้าตัวเล็กที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก่อนออกมานั่งห้อยขาอยู่ตรงทางเดินซึ่งทำเป็นระเบียงไม้ไผ่หน้าห้อง ข้าง ๆ มีตะเกียงเจ้าพายุแบบเก่าวางเอาไว้พร้อมกับกล่องใส่ยากันยุงอันที่มันเป็นขดวงกลม จุดวางห่างออกไป ขาสั้นหย่อนลงไปเตะยอดอ่อนของต้นขาวสีเขียวเล่นอย่างอารมณ์ดี

“นายเกิดที่นี่ โตที่นี่อย่างนั้นเหรอ” ผมเดินไปหย่อนตัวลงนั่งข้าง ๆ ขายาวหย่อนทิ้งลงไปตามอย่างเจ้าตัวเล็ก จากนั้นเอนหลังนอนแหงนหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้าอันกว้างใหญ่

ให้ตายเถอะท้องฟ้าบ้านนอก บ้านนามันดีอย่างนี้เอง ตัดกับผืนฟ้าสีเข้มนั้นจุดสีเงินจากดวงดาวเป็นประกายระยิบระยับนับล้าน ทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองหลุดมายังอีกโลกหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากเมืองกรุงที่ต่อให้ไปยืนอยู่บนดาดฟ้าสูงแค่ไหน เราก็สามารถมองเห็นดวงดาวได้เพียงไม่กี่ดวงเท่านั้น

“เปล่าหรอก เกิดโรงพยาบาล”

ผลัวะ ผมสะบัดปลายมือตบหัวคนที่กวนตีนไม่มีที่สิ้นสุด นอนฟังเสียงใสนั้นหัวเราะชอบใจ เหมือนมันกำลังดีใจที่กวนประสาทผมได้อย่างนั้นแหละ

“แล้วแม่จริง ๆ ของนายล่ะ ฉันเห็นนายเรียกคนนั้น คนนี้ว่าแม่ แล้วแม่แท้ ๆ ที่เบ่งนายออกมานะไม่อยู่เหรอ”

“แม่ไม่อยู่ แม่ผมอยู่วัด”

คำตอบนั้นทำเอาผมไม่กล้าถามต่อ เพราะกลัวว่าจะทำให้บรรยากาศอันผ่อนคลายกลายเป็นความดราม่าน้ำตาคลอ จึงแหงนคอขึ้นไปมองกลุ่มดาวบนฟ้า จากนั้นเพียงไม่กี่นาทีเสียงหัวเราะคิก ๆ อย่างอารมณ์ดีดึงผมให้กลับไปสนใจเจ้าของเสียงสดใส

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เปลือกตาบอบบางนั้นปิดสนิท ต่างจากกลีบปากที่กำลังคลี่ยิ้มสดใสออกมา

“หือ...นี่...นี่” ผมยื่นนิ้วไปสะกิดคนที่นอนอยู่ด้านข้าง

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า สนุกจังเลย” เสียงหัวเราะดังออกมาก่อนจะเงียบหายไปอีกครั้ง

“ไอ้เด็กบ้านี่ นอนละเมออย่างนั้นเหรอ....เฮ้อ”

ผมลุกขึ้นมานั่งถอนหายใจให้กับคนที่นอนละเมออย่างไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าเจ้าตัวฝันอะไรอยู่ถึงได้หัวเราะอย่างมีความสุขอย่างนี้ เป็นเด็กนี่มันดีจริง ๆ ไม่ต้องคิดอะไรให้มากมายวุ่นวายในสมอง

“แล้วฉันจะลากนายเข้าไปในห้องยังไงวะเนี่ย”

ผมลุกขึ้นเดินกลับไปเปิดประตูห้องค้างเอาไว้แล้วกลับมาปลุกไอ้เจ้าตัววุ่นวายให้ตื่นขึ้น แต่คนขี้เซาเมาขี้ตาไม่ยอมตื่นง่าย ๆ ผมจึงต้องใช้ไม้ตายคือการลากไป

“อ๊ากกกกก” เจ้าเด็กตัวหนักร้องเจี๊ยกเสียงหลงก่อนจะกระโดดดีดก้นโด่งลุกขึ้นมาจากพื้น

“อะไร เป็นอะไร”

“เสี้ยนตำตูด” ก้นงอนหันกลับมาทางผม มือบางบีบขยำก้นกลมก่อนจะถลกกางเกงขาสั้นลงไปทันที

“แล้วนายจะถอดกางเกงทำไมเล่า” ผมรีบสะบัดหน้าหันหลบไปทางอื่นทันที

“ดูให้หน่อย เสี้ยนตำตูด”

“โว๊ยยยย”

ผมใช้มือทึ้งหัวตัวเอง จากนั้นคว้าข้อมือเจ้าของก้นขาวให้เดินเข้าไปในห้อง ใช้ตะเกียงเจ้าพายุนั้นมาส่องมองหาไอ้เสี้ยนจัญไรไร้กาลเทศะที่มาทิ่ม มาตำ โดยไม่รู้เวล่ำเวลา

“คุณ..เจอมั้ย”

“เออ อยู่นิ่ง ๆ สิมันเจอแล้ว”

“มันแทงเข้าไปลึกมากเลยใช่มั้ย ผมเจ็บมากเลย”

“มันยังไม่ได้เข้าไปลึกอะไรเลย เข้าไปนิดเดียวเอง ร้องอย่างกับแทงเข้าไปเป็นศอก”

“นิดเดียวอะไรเล่า ผมเจ็บตูดจะตายแล้ว”

“อยู่เฉย ๆ เดี๋ยวจะค่อย ๆ ดึงออกให้ ดิ้นไปดิ้นมาอย่างนี้ เดี๋ยวมันก็เข้าไปลึกกว่าเดิมหรอก”

“อ่าส์ เบา ๆ นะคุณ อ่าส์ เจ็บตูด เจ็บตูด ทำเบา ๆ หน่อยสิคุณ โอ๊ย...ตูดผมฉีกหมดแล้ว”

"ฉีกบ้า ฉีกบออะไรล่ะ อันแค่นี้เอง"

"โอ๊ย ผมบอกให้ทำเบา ๆ"

“ภรัญ นั่นนายทำบ้าอะไร!”

จังหวะนรกขั้นสุดคือประตูห้องถูกเตะผ่าง เข้ามาพร้อมเพื่อนเก่าสมัยเรียนที่ยืนตาเหลือกอยู่หน้าห้อง ขณะที่ผมกำลังใช้นิ้วบีบตูดเจ้าแดนดินเพื่อปลิ้นเศษไม้ไผ่อันเท่าเส้นผมออกมาจากแก้มก้นขาว

“ทำอะไร เอาเสี้ยนออกจากตูดไอ้เด็กเวร อยู่นี่ไง...”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป